ปกป้องผิวจากแดดแรง! มารู้จักครีมกันแดดมีกี่ประเภท แล้วควรเลือกใช้แบบไหน?
ปกป้องผิวจากแดดแรง! มารู้จักครีมกันแดดมีกี่ประเภท แล้วควรเลือกใช้แบบไหน?

หน้าร้อนมาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับแสงแดดที่แรงขึ้นทุกวัน! รังสี UV จากดวงอาทิตย์ไม่เพียงแต่ทำให้ผิวหมองคล้ำ แต่ยังเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัยและปัญหาผิวอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดจึงเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ในช่วงหน้าร้อนนี้ ครีมกันแดด คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาผิวเพื่อปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ของแสงแดด ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวไหม้จากแดด ริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และมะเร็งผิวหนัง
 

ทำไมต้องใช้ครีมกันแดด?
• ป้องกันรังสี UV: รังสี UVA และ UVB สามารถทำลายชั้นผิวและทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย
• ลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง: การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง
• ปกป้องความชุ่มชื้นของผิว: แดดแรงอาจทำให้ผิวแห้งเสีย แต่ครีมกันแดดช่วยรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันการสูญเสียน้ำในผิว

ประเภทของครีมกันแดด
1. ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen)
 • ดูดซับรังสี UV และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน
 • เนื้อบางเบา ซึมเร็ว
 • ต้องทาก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที
 • อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในบางคน

2. ครีมกันแดดแบบกายภาพ (Physical Sunscreen หรือ Mineral Sunscreen)
 • สะท้อนรังสี UV ออกจากผิว
 • อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย
 • ออกฤทธิ์ทันทีหลังทา
 • อาจทิ้งคราบขาวไว้บนผิว

3. ประเภทอื่นๆ ตามเนื้อสัมผัส นอกจากกลไกการป้องกัน UV ครีมกันแดดยังมีหลายรูปแบบ เช่น
 • แบบครีม (Cream) - ให้ความชุ่มชื้น เหมาะกับผิวแห้ง
 • แบบเจล (Gel) - บางเบา เหมาะกับผิวมัน
 • แบบสเปรย์ (Spray) - ใช้ง่าย เหมาะกับทาตัว แต่ต้องระวังการฉีดไม่ทั่วถึง
 • แบบแท่ง (Stick) - พกพาง่าย ใช้เติมระหว่างวันสะดวก
 • แบบแป้ง (Powder) - เหมาะสำหรับทาทับเมคอัพ

 

วิธีเลือกครีมกันแดด
 • SPF (Sun Protection Factor): ค่าที่บ่งบอกถึงการป้องกัน UVB ยิ่งสูงยิ่งป้องกันได้นาน (ควรเลือก SPF 30 ขึ้นไป)
 • PA (Protection Grade of UVA): ระดับการป้องกัน UVA โดยมี + ยิ่งมากยิ่งป้องกันได้ดี
 • กันน้ำและเหงื่อ: เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือว่ายน้ำ
 • สูตรที่เหมาะกับสภาพผิว: เช่น คนผิวมันควรเลือกสูตร Oil-free หรือ Non-comedogenic

 

SPF กับ PA ต่างกันอย่างไร
1. SPF (Sun Protection Factor) - ป้องกันรังสี UVB
 • SPF เป็นค่าที่ใช้วัดความสามารถของครีมกันแดดในการป้องกัน รังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดด (Sunburn) และมะเร็งผิวหนัง
 • ค่าของ SPF มีตัวเลข เช่น SPF 15, SPF 30, SPF 50 ยิ่งสูงยิ่งป้องกัน UVB ได้นานขึ้น
 • โดยทั่วไป SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 96.7% และ SPF 50 ป้องกันได้ประมาณ 98%

2. PA (Protection Grade of UVA) - ป้องกันรังสี UVA
 • PA เป็นค่าที่ใช้วัดความสามารถของครีมกันแดดในการป้องกัน รังสี UVA ซึ่งเป็นสาเหตุของ ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ และผิวคล้ำเสีย
 • ระดับของ PA แสดงเป็นเครื่องหมาย “+” ได้แก่
 • PA+ ป้องกัน UVA ได้น้อย
 • PA++ ป้องกัน UVA ในระดับปานกลาง
 • PA+++ ป้องกัน UVA ได้ดี
 • PA++++ ป้องกัน UVA ได้สูงสุด

 

เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพ
 • ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที
 • ใช้ในปริมาณที่เพียงพอ (ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับใบหน้า และ 1 ออนซ์สำหรับร่างกาย)
 • ทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังจากว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก
 • ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่น หมวก แว่นกันแดด และเสื้อแขนยาว

 

ร้านเจ้เล้ง รวมครีมกันแดดตัวท็อปมาให้แล้ว
https://www.facebook.com/ranjaeleng/posts/pfbid0EsY2AcGeDNjRxKKBTo6dXsWSfMhUcwHtPh3SvYyKWyrTys92zpqHDbVEy4kbqN36l